e-Book
ดร.เนาวรัตน์ แย้มแสงสังข์
ความนำ
     ในยุคของ ดิจิตอล พฤติกรรมการดำรงชีวิตของมนุษย์ได้ถูกปฏิรูปตามวิวัฒนาการของเทคโนโลยี เหตุผลสำคัญ เพราะเทคโนโลยีสามารถตอบสนองความต้องการของมนุษย์ได้อย่างมีนัยสำคัญ การติดต่อสื่อสารในยุคดิจิตอล เป็นไปอย่างรวดเร็ว ฉับไว ว่ากันด้วยวินาทีหรืออนุภาคที่เล็กกว่า พฤติกรรมการเรียนรู้ของมนุษย์จากองค์ความรู้ที่ถูกบันทึกตามผนังถ้ำในยุคดึกดำบรรพ์วิวัฒนาการต่อมาในรูปของกระดาษ จนมาถึงในรูปแบบของอิเล็กทรอนิกส์ในยุคดิจิตอล คือ ความมหัศจรรย์เทคโนโลยีที่สร้างความสะดวกสบายให้กับมนุษยชาติ อิทธิพลของดิจิตอลส่งผลให้ทุกประเทศทั่วโลก ต้องจัดทำแผนการปฏิรูปการศึกษา เพื่อก้าวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี รัฐบาลไทยจัดสรรงบประมาณมหาศาลเพื่อจัดซื้อคอมพิวเตอร์ให้แก่โรงเรียนทุกระดับทั่วประเทศ มุ่งหวังที่จะให้เด็กไทยเรียนรู้ทัดเทียมกับอารยประเทศ กำหนดนโยบายนำ IT มาใช้เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ของนักเรียน จัดทำโครงการหนึ่งอำเภอหนึ่งโรงเรียนในฝัน ส่งเสริมให้ทุกโรงเรียนพัฒนาห้องสมุดให้มีชีวิต กระตุ้นให้มีการนำเทคโนโลยีมาใช้กับสถานศึกษาและสร้างเสริมให้นักเรียน/นักศึกษา ได้เรียนรู้ด้วยตนเองผ่านทางเทคโนโลยี
     การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในสถานศึกษา สามารถทำได้หลากหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของผู้บริหารสถานศึกษา อาทิเช่น การนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่องานบริหารจัดการ การลงทะเบียน การชำระค่าเรียน การวัดผลประเมินผล การจัดทำฐานข้อมูลนักเรียน ฐานข้อมูลครู ฐานข้อมูลโรงเรียน การนำเทคโนโลยีมาช่วยสนับสนุนการเรียนการสอน ซึ่งสามารถดำเนินการได้โดยผู้สอนเองที่เรียกว่า CAI (Computer Assisted Instruction) และดำเนินการโดยห้องสมุดเองในการจัดหา จัดทำหนังสือในรูปแบบใหม่แทนที่จะเป็นรูปเล่มเพื่อให้ผู้สนใจได้หยิบอ่านที่ห้องสมุดหรือยืมไปอ่านที่บ้าน แต่เปลี่ยนมาเป็นจัดพิมพ์โดยเครื่องคอมพิวเตอร์ จัดเก็บไว้ใน server และอำนวยความสะดวกในการสืบค้นได้ตลอดเวลา ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนามหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-Book) ถ้าสิ่งตีพิมพ์ทุกชนิดที่มีอยู่ในห้องสมุดถูกดัดแปลงไปเป็นตัวหนังสือดิจิตอลทั้งหมด ห้องสมุดก็จะเป็นห้องสมุดดิจิตอลที่ผู้เข้ามาใช้บริการสามารถสืบค้นหาข้อมูลได้โดยเครื่องคอมพิวเตอร์ และแน่นอนถ้าห้องสมุดดังกล่าวเป็นห้องสมุดที่ให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงก็จะอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้บริการสามารถสืบค้นหาข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ผ่านทางอินเตอร์เน็ตได้โดยไม่มีข้อจำกัดในเรื่องของเวลา และสถานที่
     อาจมีคำถามว่า หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-Book) แตกต่างจากหนังสือทั่ว ๆ ไปอย่างไร ขอเปรียบเทียบความแตกต่างของการจัดทำทั้ง 2 รูปแบบ เพื่อง่ายต่อความเข้าใจ ดังตารางเปรียบเทียบต่อไปนี้

ตารางเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง e-Book กับ Printing Materials
ประเด็น เปรียบเทียบ e-Book Printing Materials
1. ตัวอักษร พิมพ์ลงในคอมพิวเตอร์ พิมพ์ลงกระดาษ
2.การแก้ไขข้อผิดพลาด ทำได้ง่ายและรวดเร็ว ต้องพิมพ์เป็นใบแทรก
3. รูปแบบ ปรับปรุงได้ตลอดเวลา คงที่
4. เนื้อหา/รูปภาพ ปรับปรุงได้ตลอดเวลา คงที่
5. การเปิดโอกาสให้ค้นคว้า ไม่จำกัดจำนวน ตามระเบียบห้องสมุด
6. การยืม/คืน ไม่ต้องมีบริการ ยืมได้ตามระเบียบ
7. การอ่าน ไม่จำกัดเวลา ตามเวลาที่กำหนดให้บริการ
8. การปรับ ไม่มี ตามระเบียบห้องสมุด
9. สิ่งจำเป็นในการสืบค้น ต้องใช้ IT ไม่ต้องใช้ IT
10. การลงทุน/เล่ม ลงทุนสูง ลงทุนน้อยกว่า
11.การเสื่อมสภาพ คงที่ เสื่อมไปตามกาลเวลาและปริมาณการใช้
12.พื้นที่ให้บริการ ใช้พื้นที่น้อย ต้องการพื้นที่ในการจัดเก็บมาก
13. การจัดหาตำราเพิ่มเติม ค่อนข้างยาก จัดซื้อได้ตลอดเวลา
14. บุคลากรเกี่ยวข้อง ต้องใช้คนในการผลิต ต้องใช้คนไว้คอยบริการ

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-Book)
      คำว่า หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เป็นคำที่ถอดมาจากภาษาอังกฤษ electronic book ใช้คำย่อในวงการของผู้คนในยุคดิจิตอลว่า e-Book เหมือนกับเรื่องอื่น ๆ ที่ได้ดัดแปลงมาเป็นดิจิตอลแล้วใช้คำว่า "e" นำหน้า อาทิเช่น รัฐบาลประกาศต่อสาธารณชนว่าจะนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการบริหารจัดการประเทศ และใช้คำว่า e-Government เพื่อให้ง่ายต่อการจำและการใช้คำ ดังนั้นถ้าจะถามหาคำจำกัดความของ e-Book ในมุมมองของห้องสมุดอาจกล่าวได้ว่าคือ การแปลงจากตัวหนังสือปกติให้เป็นดิจิตอล โดยใช้โปรแกรมประยุกต์ บันทึกเนื้อหาแยกเป็นบทและสามารถสืบค้นเนื้อหาโดยใช้คอมพิวเตอร์ ได้ตามศาสตร์ของวิชาบรรณารักษ์ในรูปของคำ วลี
     การจัดทำ e-Book เป็นการพัฒนาห้องสมุดแบบดั้งเดิมให้เป็นห้องสมุดเสมือน (Virtual Library) ที่มุ่งสร้างนักศึกษาให้เป็นผู้รู้และสร้างเสริมประสบการณ์ให้ นักศึกษาคุ้นเคยกับการแสวงหาองค์ความรู้ใหม่ ๆ ผ่านระบบ IT ของสถาบันการศึกษา จากวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยที่ต้องการสร้างคนรุ่นใหม่ที่ใช้ IT เป็นปกตินิสัย ห้องสมุดของมหาวิทยาลัยควรมุ่งพัฒนาสร้าง เนื้อหา (Content) ทางวิชาการในรูปแบบของอิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้นักศึกษาสืบค้นได้ทั้งในห้องสมุดและที่บ้านได้อย่างอิสระ
     ประเด็นสำคัญที่ควรคำนึงถึงเป็นอย่างมาก ก็คือ เนื้อหาวิชาการนั้น จะเอามาจากไหน? สำหรับมหาวิทยาลัยควรเริ่มจากตำราวิชาการที่คณาจารย์ของสถาบันได้เขียนขึ้น เพื่อใช้สำหรับการเรียนการสอนและการรังสรรค์ผลงานเพื่อเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการ ตำราเหล่านี้ มีลิขสิทธิ์ทางปัญญา มีผลประโยชน์ค่าตอบแทนที่ผู้เขียนควรได้รับ ปัจจัยสำคัญยิ่งที่จะมองข้ามไปไม่ได้ก็คือ เมื่อตำราเหล่านี้ได้ถูกดัดแปลงให้อยู่ในรูปของอิเล็กทรอนิกส์แล้ว จะส่งผลให้นักศึกษาสืบค้นเนื้อหาผ่านทางคอมพิวเตอร์ และสามารถจะสั่งพิมพ์เนื้อหาที่ต้องการได้อย่างสะดวก ในทัศนะหนึ่งถือว่าเป็นการให้บริการทางวิชาการที่สมบูรณ์แบบ แต่เมื่อพิจารณาจากอีกมุมมองหนึ่ง ผู้เขียนตำรานอกจากจะไม่ได้รับผลประโยชน์ตอบแทนเช่นที่เคยได้รับจากสำนักพิมพ์แล้ว ตำราในรูปแบบของอิเล็กทรอนิกส์ยังสามารถจะสั่งพิมพ์ออกมาทั้งเล่มได้อย่างสะดวกสบาย ผู้เขียนตำราคงจะทำใจลำบากที่จะยิมยอมให้ใครต่อใครนำผลงานของตนเองไปหาประโยชน์เชิงธุรกิจ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่จะตามมา อันเนื่องมาจากลิขสิทธิ์ทางปัญญา (Intelligent Property) ห้องสมุดของมหาวิทยาลัยควรวางเป้าหมายที่จะจัดทำหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-Book) โดยพิจารณาตำราวิชาการของอาจารย์ที่เขียนเพื่อขอตำแหน่งทางวิชาการ และไม่มีปัญหาเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ และวิทยานิพนธ์ของนักศึกษาปริญญาโท-เอกเป็นฐานข้อมูลผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัย
องค์ประกอบในการจัดทำ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-Book)
ในการจัดรูปแบบหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ จะมีองค์ประกอบสำหรับการจัดทำ ดังนี้
1. เนื้อหา (Content) ซึ่งหมายถึงตำราวิทยานิพนธ์ที่เป็นรูปเล่ม และพิจารณาแล้วหาว่าเหมาะสมที่สมควรจะลงทุนทำเป็น หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-Book) ถ้าหากว่าเนื้อหา ดังกล่าวได้จัดพิมพ์ไว้ใน Diskette หรือ CD เรียบร้อยแล้ว จะช่วยทั้งประหยัดเวลาและความถูกต้องของเนื้อหา แต่ถ้าได้ตำรามาเป็นเล่ม ต้องจัดพิมพ์ใหม่ทั้งหมดจะเสียเวลาไปกับการตรวจทานความถูกต้อง แม่นยำของเนื้อหา ส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายที่สูง

2. โปรแกรมประยุกต์ (Software)
        2.1 ใช้โปรแกรมประยุกต์สำเร็จรูป ที่มีรูปแบบมาตรฐานเช่นการกำหนดให้ใช้ตัวหนังสือแบบ Cordia UPC ในขนาดตัวอักษรต่างๆดังนี้
           อักษรขนาด 20 ตัวหนา สำหรับบทที่ของเอกสาร
           อักษรขนาด 18 ตัวหนา สำหรับหัวข้อเอกสาร
           อักษรขนาด 16 ตัวธรรมดา สำหรับตัวหนังสือทั่วไป
        2.2 โปรแกรมประยุกต์จัดรูปแบบเอกสารที่เป็นตารางหรือรูปภาพ โดยการสแกนภาพและตกแต่ง จากนั้นจึงนำมาแทรกลงใน Word โดยกำหนดให้ขนาดของภาพต้องมีการปรับหรือขยายเพื่อให้เหมาะสม และเปลี่ยนนามสกุลภาพจาก JPG เป็น GIF เมื่อแทรกภาพใน Word ให้ลบเครื่องหมาย  ที่ลอยเหนือข้อความ
        2.3 โปรแกรมสำเร็จรูป เนื้อหาที่พิมพ์และผ่านการพิจารณาตรวจสอบว่าถูกต้องนำมาแยกหมวดหนังสือไว้เป็นหมวดหมู่เพื่อ ให้บริการออนไลน์อาจแบ่งตามหมวดหมู่ได้ ดังนี้
           1.ผลงานวิจัย (บทคัดย่อ)
           2.วิทยานิพนธ์
           3.ภาคนิพนธ์
           4.สิ่งพิมพ์ทางการศึกษา
           5.สิ่งพิมพ์ของมหาวิทยาลัย
           6.ตำราเรียน
           7.ผลงานวิชาการ
           8.หนังสือหายาก
           9.อื่นๆ

3. Hardware ฮาร์ดแวร์ที่ต้องใช้สำหรับการผลิต e-Book ประกอบด้วย
        3.1 Server ควรจะเป็นคอมพิวเตอร์ Pentuim IV 2.0 GHz ขึ้นไป หน่วยความจำ Ram 512 MB ขึ้นไป พื้นที่ว่างของ Hard Disk 80 GB ขึ้นไป
        3.2 เครื่องสแกนเนอร์
        3.3 คอมพิวเตอร์ในการทำงานแปลงข้อมูล

4. Peopleware
        ในการจัดทำ e-Book ที่มุ่งทั้งประสิทธิภาพและประสิทธิผล ควรจะมีบุคลากรเกี่ยวข้องดังนี้
        1. คณะกรรมการวิชาการ ประกอบด้วย คณาจารย์จากภาควิชา/โปรแกรมวิชาทำหน้าที่หลัก
  • พิจารณาคัดเลือก เนื้อหา ตำราที่สมควรนำมาจัดทำ e-Book
  • พิจารณาตรวจสอบความถูกต้องและให้การรับรองเนื้อหาตำราที่ผ่านการจัดพิมพ์ โดยโปรแกรมประยุกต์ก่อนที่จะนำขึ้น server
        2. คณะกรรมการดำเนินงาน คือบุคลากรที่ได้รับมอบหมายให้จัดทำ e-Book ประกอบด้วย
           1. ผู้บริหารโครงการ
           2. ผู้ชำนาญการด้านเทคนิคการจัดทำ e-Book ทำหน้าที่หัวหน้าฝ่าย ผลิตรับผิดชอบการผลิต e-Book และจัดทำแผนการใช้งบประมาณประจำปี
           3. เจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิค จำนวนจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปริมาณงานในขั้นต้น ควรมีเจ้าหน้าที่อย่างน้อย 3 คน ต้องผ่านการอบรมการใช้โปรแกรมประยุกต์
           4. เจ้าหน้าที่ธุรการ รับผิดชอบงานธุรการทั้งหมด
           5. เลขานุการโครงการ ทำหน้าที่ประสานงานกระบวนการผลิตทั้งหมด และสรุปผลการดำเนินงาน

5. งบประมาณ ในการดำเนินการจัดทำ e-Book จำเป็นต้องมีการตั้งงบประมาณไว้เช่นเดียวกับการเขียนโครงการของบประมาณจัดซื้อหนังสือเข้าห้องสมุดประจำปีในการจัดตั้งงบประมาณจัดทำ e-Book อาจประมาณการค่าใช้จ่ายได้ดังนี้
        1. Hardware ประกอบด้วยคอมพิวเตอร์ เครื่องสแกน Server 1 ชุด เดี๋ยวนี้ราคาเปลี่ยนเปลี่ยนแปลงถูกลงมาก ต้องตรวจสอบราคาใหม่ เป็นการลงทุนครั้งเดียวและใช้ได้ระยะยาว
        2. Software ของโปรแกรมประยุกต์
        3. ค่าจ้างพิมพ์หนังสือ/ตำรา ขึ้นอยู่กับจำนวนปริมาณประมาณการว่าจะจัดทำได้ปีละกี่เล่ม ถ้าคาดหวังว่าจะทำ e-Book ปีละ 1,000 เล่ม อาจใช้สูตรคำนวณถัวเฉลี่ยหนังสือ 1 เล่ม 200 หน้า คิดค่าจ้างพิมพ์หน้าละ 10 บาท จะได้ประมาณการงบประมาณ ดังนี้
           3.1 ค่าจ้างพิมพ์ลง Disk
           3.2 ค่าตรวจทาน
           3.3 ค่าตอบแทนอาจารย์เจ้าของตำรา (ถ้ามี)
           3.4 ค่าวัสดุ
           3.5 หมวดเงินเดือนของบุคลากร
ปัญหาและอุปสรรค
        การดำเนินงานจัดทำ e-Book ของมหาวิทยาลัยจะขึ้นอยู่กับ

        1.นโยบายของผู้บริหารสถานศึกษาในการเห็นความสำคัญและให้การสนับสนุนด้านงบประมาณในการจัดหาเทคโนโลยีมาช่วยในการผลิตได้มากน้อยเพียงใด
        2.คณาจารย์ที่เห็นความสำคัญของการจัดทำ e-Book และบริจาคหนังสือ/ ตำราให้เป็นวิทยาทาน เพื่อที่ห้องสมุดจะได้จัดทำฐานข้อมูลทางวิชาการให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการสืบค้นให้กับนักศึกษาและผู้สนใจ ตลอดจนชุมชนท้องถิ่นได้อย่างเต็มที่
        3. บัณฑิตวิทยาลัย ที่ให้การสนับสนุน โดยการนำส่งผลงานวิทยานิพนธ์ของผู้สำเร็จการศึกษาให้กับห้องสมุด เพื่อจัดทำ e-Research และให้บริการการสืบค้นออนไลน์
        4. Technology มหาวิทยาลัยควรใช้อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง และสร้างความพึงพอใจให้กับนักศึกษา คณาจารย์ ที่เขาใช้การสืบค้นผ่านอินเตอร์เน็ต